::
English Version |
Copyright
© 2004 Baan Thaiwatana Kindergarten. All rights reserved. |
|
|
|
|
|
|
| บทสัมภาษณ์จาก Do you know Family & Education Magazine September 2007 Issue 008 |
ใจกลางเมืองของกรุงเทพฯ มีโรงเรียนอยู่จำนวนมากและหลากหลาย แต่จะมีสักกี่โรงเรียนที่ให้บรรยากาศและความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน อีกทั้งมีบรรยากาศที่ร่มรื่นเต็มไปด้วยพืชพันธุ์ไม้ต่างๆ และให้ความรู้สึกที่ว่ามาเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ใจดี ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นกับเด็กๆ ที่โรงเรียนอนุบาลบ้านไทยวัฒนาทุกคน
โรงเรียนอนุบาลบ้านไทยวัฒนา ก่อตั้งมาถึงปีนี้เป็นปีที่ 3 แล้ว ผศ.อินทิรา บุนนาค ผู้จัดการโรงเรียนอนุบาลบ้านไทยวัฒนา เล่าให้ฟังว่า จริงๆ แล้วที่ก่อตั้งโรงเรียนนี้ขึ้นมา สืบเนื่องมาจากทางครอบครัวทำธุรกิจสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช ซึ่งเป็นธุรกิจที่อยู่ในแวดวงการศึกษามาโดยตลอด ประกอบกับเป็นความประสงค์ของคุณปู่คุณย่าที่อยากเปิดโรงเรียนอนุบาล และอีกสาเหตุหนึ่งคือ การที่เลือกเปิดโรงเรียนอนุบาลแทนที่จะเป็นสื่อการศึกษาในรูปแบบอื่น ก็เพราะทางครอบครัวอยู่ในธุรกิจซื้อขายมานานแล้ว และการทำโรงเรียนอนุบาล ทำแล้วสบายใจเพราะได้อยู่กับเด็กๆ และที่สำคัญเราไม่หวังผลกำไรว่าต้องมีกำไร แต่สิ่งที่มุ่งเน้น คือ เด็กต้องได้ประโยชน์มากที่สุด อีกทั้งเป็นการปูพื้นฐานของทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ให้เป็นประชากรหรือผู้ใหญ่ที่ดีของชาติต่อไป
เมื่อบ้านเป็นโรงเรียน
ทางโรงเรียนมีความมุ่งหวังที่ต้องการให้เด็กรู้สึกว่า โรงเรียนในบ้าน บ้านในโรงเรียน จึงได้นำพื้นที่ที่เป็นบ้านส่วนของคุณปู่คุณย่ามาทำเป็นโรงเรียน เนื่องจากมีเนื้อที่มากและมีบรรยากาศที่ร่มรื่น ซึ่งถ้าสังเกตจะเห็นว่า ปัจจุบันโรงเรียนในกรุงเทพฯ จะมีพื้นที่จำกัด และไม่มีสวนต้นไม้ขนาดใหญ่ ไม่มีดอกไม้นานาชนิดที่จะให้เด็กๆ ได้วิ่งเล่นนั่นค่อนข้างหายาก ที่จะทำให้เด็กได้แสดงออกและทำกิจกรรมได้อย่างเต็มที่
จากการที่โรงเรียนนำบ้านมาเป็นโรงเรียนนั้น ได้ใช้โครงสร้างเดิมทั้งหมด แต่มีการปรับปรุงเพิ่มเติมบ้าง อาทิ กั้นห้อง สร้างห้องให้เป็นสัดส่วน และตกแต่งบ้าน มีการเพิ่มอุปกรณ์สื่อการเรียนการสอน เพราะต้องการเน้นให้เป็นบ้านให้เด็กรู้สึกว่า เป็นบ้านนั่นเอง
เมื่อก่อนจะเป็นห้องโล่งๆ ส่วนที่เหลือก็เป็นของเดิมทั้งหมดเลย สวนต้นไม้ก็เป็นต้นปาล์มอายุหลายสิบปี บ้านมีอายุกว่า 50 ปีแล้ว มีการเพิ่มทำกั้นรั้วให้มีรั้วรอบขอบชิด เพราะที่นี่เชื่อว่าสภาพแวดล้อมบรรยากาศมีผลต่อการพัฒนาการของเด็ก และเราก็มีจุดมุ่งหมายที่ว่า เด็กต้องไม่รู้สึกว่ามาโรงเรียนคือคอนเซ็ปต์ โรงเรียนในบ้าน บ้านในโรงเรียน สิ่งแวดล้อมโดยรอบตัวเด็กก็คล้ายคลึงกับที่บ้าน เพราะเด็กวัยนี้บางคนจะยังไม่พร้อมที่จะรับกับการเปลี่ยนแปลง คือ เราก็จะให้สภาพแวดล้อมที่โรงเรียนเปลี่ยนแปลงไปน้อยที่สุด
หลายคนอาจจะมองว่า โรงเรียนที่อยู่ในระดับมาตรฐานสากลนั้น นอกเหนือจากด้านวิชาการแล้วจะต้องมีตึกอาคารเรียนที่ใหญ่โต สวยหรู แต่สำหรับที่นี่ในความหมายของระดับมาตรฐานสากล คือ การมีวิชาการที่เด่น อีกอย่างที่สำคัญคือให้เด็กเกิดความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านด้วยอาคารเรียนที่มีลักษณะที่เป็นบ้านที่เรียบง่าย อาจารย์เปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่ เด็กเรียนอย่างมีความสุข ความใกล้ชิดระหว่างครูกับเด็ก จะเห็นได้จากจำนวนครู 2 คนต่อเด็ก 15 คน ความสัมพันธ์ของผู้ปกครองกับโรงเรียน
เรียนอย่างเป็นสุขจากการปฏิบัติ
หลักสูตรของที่โรงเรียนแห่งนี้จะเน้นการเตรียมความพร้อมให้กับเด็กด้วยอาจารย์ที่มีประสบการณ์ในการสอนของชั้นเด็กเล็ก จะมีทฤษฎีการสอนต่างๆ ที่เหมาะสมกับวัย และนำมาบูรณาการ รวมทั้งผสมผสานและปรับปรุงให้เหมาะสมกับวัย รวมทั้งสภาพแวดล้อมของเด็ก ที่นี่จะมีกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัยอย่างเช่น ไม่มีการบังคับให้เด็กเขียนหนังสือ เมื่อกล้ามเนื้อเด็กยังไม่พร้อม คือ ให้เป็นไปตามวัย ด้วยการสอนที่เป็นธรรมชาติ เช่น พยัญชนะ ก-ฮ เด็กๆ จะจดจำได้จากการเห็นผ่านตา แต่เด็กๆ ยังไม่จำเป็นที่ต้องเขียน เราจะเอาติดไว้ตามห้องเรียน ตามที่เด็กได้เห็น และเมื่อกล้ามเนื้อเด็กพร้อม ถึงให้เด็กหัดเขียน และยังเน้นในส่วนกิจกรรมที่เราจัด อย่างเช่น วันพ่อ วันแม่ วันสำคัญทางศาสนา จะมีการเวียนเทียน วันลอยกระทง มีให้เด็กทำกระทงขายให้ผู้ปกครอง มีพาเด็กไปทัศนศึกษา เช่น ไปกรมอุตุนิยมวิทยาเพื่อเรียนรู้ลมฟ้าอากาศ ไปสวนรถไฟเรียนรู้เรื่องผีเสื้อ วันศุกร์ให้แต่งตัวฟรีสไตล์ในการแต่งตัว เด็กที่นี่ค่อนข้างกล้าที่จะแสดงออก ยิ้มแย้ม
ครูสิริลักษณ์ โรยภิรมย์ ครูประจำชั้นอนุบาล 1 เล่าว่า ที่โรงเรียนเน้นเด็กเป็นสำคัญ คือ วัยนี้เด็กทำได้แค่นี้ เราก็จัดให้เด็กพอดีเหมาะสมกับวัยและเนื้อหาก็จะตรงตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ แต่เราจะนำมาดัดแปลงเป็นรูปของกิจกรรมการเรียนรู้ที่เราจะจัดให้ไม่ใช่แค่อ่านออกเขียนได้เพียงอย่างเดียว แต่จะให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น โครงงานปลูกผัก คือ อนุบาบ 1 ก็จะเรียนรู้ว่า ผักมีประโยชน์อย่างไร ผักมีสีอะไรบ้าง อนุบาล 2 ก็จะได้เตรียมรู้ว่าผักต้องปลูกอย่างไร อนุบาล 3 ก็จะบันทึการเติบโตของผัก เอามาขายหนักอย่างไร ทอนเงินเท่าไร การขายเด็กจะได้เรียนรู้เลขคณิตไปด้วย ก็จะเป็นการเปิดตลาดนัดที่ผู้ปกครองเป็นลูกค้าของเด็ก และเด็กจะได้จากประสบการณ์ตรงของโครงการปลูกผัก หรือกิจกรรมยานพาหนะ เด็กเห็นคลองก็จะนึกถึงเรือและแพ เราก็ให้เด็กทำแพโดยจะให้อาจารย์ผู้ปกครองช่วยกันทำขึ้น เด็กก็จะมีส่วนร่วมในการตกแต่งระบายสีแพกันอย่างสนุกสนาน ที่นี่จะเน้นพบปะผู้ปกครองกันทุกเดือน พอจะทำโครงงานให้เด็ก ก็จะนัดผู้ปกครองมาพูดคุยด้วยว่า จะเสริมตรงไหน หรือว่าพอดีแล้ว
โรงเรียนอนุบาลบ้านไทยวัฒนามีการจัดการเรียนการสอน จัดที่เรียนรู้ผ่านกิจกรรมและโครงงานที่เหมาะสมกับวัย จะก่อให้เกิดการเรียนรู้ของเด็กแต่ละช่วงวัยอย่างดีเยี่ยม ถึงอย่างไร ที่นี่ยังคงการเรียนการสอนขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการไว้เหมือนเดิม ซึ่งหลักสูตรทั้งหมดของโรงเรียนบ้านไทยวัฒนา เพียงแค่ต้องการให้เด็กได้อยู่ในการเรียนรู้ที่เกิดความสนุก และเด็กก็อยากที่จะเรียนรู้ต่อ แต่ต้องเหมาะกับวัยไม่เกินวัย
โรงเรียนอนุบาลบ้านไทยวัฒนา ตั้งขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้เแก่คุณบุญธรรมและคุณบุญพริ้ง ต.สุวรรณ ผู้ก่อตั้งบริษัท สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช จำกัด และบริษัท โรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช จำกัด เนื่องจากทั้งสองท่านเป็นผู้ให้ความสำคัญกับการศึกษา ได้บริจาคให้ทุนการศึกษา สร้างโรงเรียนรวมทั้งสนับสนุนบริจาคหนังสือแก่ห้องสมุดทั่วประเทศมาอย่างต่อเนื่อง
|
|
|
|
| |